วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

ฮือฮา! พายุสุริยะ ทะลุเกราะแม่เหล็กโลก

พายุสุริยะ

ภาพถ่ายพายุสุริยะทะลุเกราะแม่เหล็กโลกแถบสแกนดินีเวีย วันที่ 29 ธันวาคม 2553



คลิป ความรู้เรื่อง พายุสุริยะ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สมาคมดาราศาสตร์ไทยSunflower Cosmosวิชาการ.คอมWikipedia , Mr.Vop's Blog 


          เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม  Mr.Vop's Blog  ได้แสดงภาพถ่ายการลุกสว่างของแถบออโรร่าที่กล้องบนดาวเทียม F17 ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สามารถจับภาพไว้ได้ โดยเหตุการณ์การลุกสว่างของแถบออโรร่านี้ เกิดขึ้นบนน่านฟ้าทางเหนือของประเทศแถบแสกนดิเนเวียหลังเกิดปรากฎการณ์กลุ่มพายุสุริยะขนาด G1 เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ในจังหวะที่กระแสแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์หันขั้วใต้เข้าหาโลก ทำให้เกิดรูทะลุบนเกราะแม่เหล็กของโลก

          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ Paul McCrone ได้นำปรากฎการณ์พายุสุริยะทะลุเกราะแม่เหล็กของโลกครั้งนี้ ไปวิเคราะห์ โดยใช้ข้อมูลทั้งจากระดับแสงที่ตามองเห็นได้ และจากระดับแสงในช่วงคลื่นอินฟาเรด มาประมวลผล เพื่อศึกษาและใช้ประโยชน์ต่อไป เนื่องจากการทะลุเข้ามาของพายุสุริยะที่มีระดับ 60 โปรตรอนต่อตารางเซนติเมตรเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก

          แล้ว พายุสุริยะ คืออะไร จะทำอันตรายอย่างไรต่อโลกของเรา กระปุกดอทคอม จะมาอธิบายให้ฟังกันค่ะ

พายุสุริยะ

พายุสุริยะ ลักษณะเป็นเปลวไฟขนาดใหญ่พัดปะทะโลกอย่างรุนแรง แล้วผ่านไปถึงดาวพฤหัสได้ 

พายุสุริยะ

พายุสุริยะ

พายุสุริยะ

สนามแม่เหล็กโลกปกป้องเรา ขณะพายุสุริยะพัดเข้ามา

พายุสุริยะ
อุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทร (สีส้ม สีเหลือง) มีความร้อนสูงในพื้นที่วงกว้างมาก 


          พายุสุริยะ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ชาวไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก แต่สำหรับที่ประเทศอังกฤษ มีรายงานข่าวว่า นักวิทยาศาสตร์กำลังหวาดวิตกถึงปรากฏการณ์ พายุสุริยะ เป็นอย่างมาก และถึงขั้นที่ทำให้ ดร.เลียม ฟ็อกซ์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอังกฤษ สั่งประชุมฉุกเฉิน เพื่อหาทางรับมือหากเกิด พายุสุริยะ ขึ้นเลยทีเดียว

          นั่นเพราะเคยมีการคาดการณ์กันว่า ปรากฏการณ์ พายุสุริยะ จะพุ่งเข้าสู่โลกครั้งต่อไปในช่วงปี ค.ศ 2012 และจะนำมาซึ่งความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะทำให้ระบบการสื่อสารและคมนาคม รวมทั้งระบบอินเทอร์เน็ตล่มไปทั่วโลก ส่งผลต่อระบบไฟฟ้า การบิน เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี ค.ศ.1859 ที่ พายุสุริยะ ได้เข้าถล่มประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งอาจจะทำให้เกิดพายุหมอกควันปกคลุมไปทั่วเมืองใหญ่ ๆ ของยุโรปด้วย

แล้ว พายุสุริยะ คืออะไร?

          สำหรับ พายุสุริยะ (Solar Wind) ที่คนเริ่มให้ความสนใจนั้นก็คือ เปลวไฟขนาดใหญ่ที่พุ่งออกจากดวงอาทิตย์ เกิดจากการสะสมพลังงานแม่เหล็กในดวงอาทิตย์ไว้เป็นจำนวนมาก เมื่อมีการต่อใหม่ของสนามเหล็ก จะเกิดการปะทุออกมาเป็นพลังงานความร้อน และปล่อยก้อนมวลขนาดใหญ่จากโคโรนา (Coronal Mass Ejection : CME) หรือเส้นรัศมีรอบวงกลมสีดำที่อยู่ชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ ออกมาเป็น พายุสุริยะ ได้
จักรวาล อวกาศ


พายุสุริยะ เกิดบ่อยแค่ไหน?

          ตามปกติพายุสุริยะจะเกิดขึ้นบ่อยเมื่อมีจุดมืดมากในดวงอาทิตย์ บางครั้งอาจเกิดทุกวัน วันละหลายครั้งก็เป็นได้ แต่หากเป็นพายุสุริยะที่รุนแรงมาก จะเกิดในรอบวัฏจักรเฉลี่ยทุก ๆ 11 ปี (Solar Cycle) ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น หรือหลังจากนั้นเล็กน้อยก็ได้

          ทั้งนี้ การเกิด พายุสุริยะ จะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เป็นครั้งเป็นคราว และไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ แต่สามารถคาดการณ์ได้ว่า พายุสุริยะ จะเกิดขึ้น โดยสังเกตว่า เริ่มมีจุดมืดจำนวนมากบนดวงอาทิตย์

พายุสุริยะ ส่งผลกระทบต่อโลกแค่ไหน?

          หลายคนฟังคำว่า พายุสุริยะ แล้วคงจะรู้สึกกลัวถึงอานุภาพของมัน แต่จริง ๆ แล้ว พายุสุริยะ ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์ทำลายสิ่งปลูกสร้าง หรือทำให้มนุษย์บาดเจ็บล้มตายได้ แต่สิ่งที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เมื่อเกิด พายุสุริยะ ขึ้นก็คือ ระบบที่เกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กของโลก ซึ่งเป็นตัวคอยกั้นโลกจากรังสีของดวงอาทิตย์อยู่ เช่น ระบบการสื่อสารคมนาคมทางวิทยุ ระบบการบิน ดาวเทียม ระบบไฟฟ้า ฯลฯ

          ทั้งนี้หากสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ได้รับผลกระทบ แน่นอนว่า ย่อมมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไปทั่วโลก เช่น เครื่องบินต้องหยุดบินชั่วคราว ดาวเทียมใช้งานไม่ได้ การติดต่อสื่อสารระหว่างกันเกิดปัญหา หรืออาจทำให้หม้อแปลงที่โรงปั่นไฟฟ้าเสียหายได้ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ระบบต่าง ๆ ที่จะได้รับผลกระทบจาก พายุสุริยะ ก็สามารถเตรียมการป้องกันล่วงหน้า เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดได้ อย่างเช่น หากมีการบินในช่วงเกิดพายุสุริยะ นักบินก็ต้องหลีกเลี่ยงการบินผ่านบริเวณขั้วโลก แต่ให้บินอ้อมไปทางอื่น ที่จะปลอดภัยจากกัมมันตภาพรังสีมากกว่า

          ส่วนนักบินอวกาศ หากนักบินอวกาศออกไปจากสนามแม่เหล็กโลก แล้วเกิดพายุสุริยะขึ้นในช่วงนั้น นักบินอวกาศก็ยังเสี่ยงต่อการได้รับสารกัมมันตภาพรังสี ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ด้วย เช่นเดียวกับโลก ที่เมื่อรังสีต่าง ๆ สะสมอยู่ในโลกมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ร่างกายของมนุษย์ยังจะได้รับรังสีผ่านทางน้ำ อาหาร นำไปสู่โรคชนิดใหม่ขึ้นได้

พายุสุริยะ

แสงออรอร่าเกิดจากอนุภาคมากับ พายุสุริยะ


          ขณะเดียวกัน เมื่อเกิด พายุสุริยะ ขึ้น จะมีการปล่อยมวลจากโคโรนาเข้าปะทะกับสนามแม่เหล็กของโลก และบีบสนามแม่เหล็กให้เข้ามาใกล้ เกิดเป็นอนุภาคที่เรียกว่า "แถบรังสี" เมื่อสนามแม่เหล็กบีบตัวเข้ามา อนุภาคเหล่านี้จะชนกับบรรยากาศของโลก เกิดเป็นแสงเหนือแสงใต้ หรือที่เรียกว่า "ออโรรา" (Aurora) ซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ในประเทศแคนาดา แต่หาก พายุสุริยะ แรงมาก แสงออโรราจะส่องลงมาให้เห็นถึงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เลย


พายุสุริยะ ครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

          พายุสุริยะ ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1989 เป็นพายุสุริยะระดับธรรมดา เกิดขึ้นที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ทำให้ระบบไฟฟ้าทั้งหมดของเมืองดับนานกว่า 9 ชั่วโมง และยังส่งผลกระทบไปถึงทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา และสวีเดนด้วย ดังนั้น จึงมีการทำนายกันว่า พายุสุริยะครั้งใหญ่ที่จะพุ่งเข้าสู่โลก จะเกิดอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ.2011-2014 ซึ่งเป็นช่วงครบรอบ 11 ปีของวัฏจักรพอดี แต่ยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่แน่นอน และความรุนแรงได้

พายุสุริยะ


          และแม้ว่า พายุสุริยะ จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์โดยตรง แต่หากในอนาคต ปัญหาโลกร้อน และปฏิกิริยาเรือนกระจกยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วัน โอกาสที่ พายุสุริยะ จะเกิดแบบถาวรและมีอานุภาพรุนแรงมากขึ้นก็เป็นไปได้มาก นั่นก็เพราะเมื่อเกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก จะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก คือโลกจะหมุนรอบตัวเองช้าลง และส่งผลต่อระบบสนามแม่เหล็กที่คอยกั้นโลกจากพายุสุริยะอยู่ ซึ่งหากในอนาคตสนามแม่เหล็กของโลกอ่อนแอลง พายุสุริยะ ก็อาจมีอานุภาพเข้าถึงโลกได้มากขึ้น และมนุษย์จะได้รับผลกระทบมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

10 อันดับรถคุ้มค่าปี2010 ...ที่คุณควรจับตามอง

ช่วงนี้ก็เริ่มใกล้ช่วงเวลาปีใหม่ไปทุกที แลัช่วงเวลาบรรยากาศแบบนี้ ก็เป็นฟกษืยามอันดีที่เราจะเลิกเกาะกระแสค่ายรถยนต์ต่างๆ หลัง Motor Expo ผ่านพ้นไป แล้วมาดูสิว่า ช่วงปี 2010 ที่ผ่านมานั้น ในตลาดรถยนตืที่คึกคักจนปีนี้น่าอิจฉาพนักงานจากค่ายรถยนต์ที่คงจะกระเป๋าตุงจากโบนัสก้อนโต ว่ารถอะไรที่คุ้มค่าจนต้องไม่พลาดที่จะเลือกซื้อหามาใช้งานกัน
นี่เป้น 10 อันดับ รถที่เราจัดเองในตามความเห็นของทีมงาน Sanook! Auto ไม่ได้มีการอ้างอิงจากแหล่งนอกจากสภาพการใช้จริง ปัญหาจริง และเหมาะสมที่สุดจริงๆ ที่เราหวังว่า มันจะช่วงคุณๆ ในการตัดสินใจได้บ้างไม่มากก็น้อย หากคุณกำลังคิดที่จะมีรถคันใหม่ในปีหน้า

อันดับที่ 10 รถที่ต้องจับตามองปี 2011
ก่อนที่เราจะไปเริ่มดู 10 อันดับรถที่ผ่านมา เรามามองอนาคตในปีหน้าก่อนที่ตลาดรถยนต์รุ่นเล็กกำลังระอุ และมันน่าสนใจมากๆ เมื่อ Honda เปิดตัวรถคู่ขวัญลำใหม่ของค่ายที่คงจะถูกใจหลายคนและมันเป็นสัญญาณว่ามาแน่นอนในปีหน้า Honda Brio
อีโค่คาร์ของค่าย Honda นั้น เบื้องต้นคาดว่า จะเปิดตัวที่ราคา 400,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร น่าจะมีระบบ iVtec มาด้วยที่คงเป้นข้อสำคัญที่ทำให้มันน่าสนใจ เพราะ เครื่องรุ่นนี้แรงถึง 90 แรงม้า และแน่นอนว่าระบบเกียร์ และดีไซน์ช่องเก็บของต่างๆให้คุณซุกของได้ตามถนัดนั้น เป็นอะไรที่หลายคนชอบ และคุณควรเก็บไว้ในลิสรถน่ามองก่อน รอดูสเป็คจริง
อันดับที่ รถโดยสารคุ้มค่าที่สุด
แน่นอนรถโดยสารนั้น เราหมายถึง รถตู้ และในตลาดกลุ่มนี้ เจ้าแห่งค่ายรถยนต์จับฉ่ายเต็มไลน์ อย่างโตดยต้า ก็ครองใจด้วย Toyota Hiace และรุ่นหรู Toyota Ventury ที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะรถรุ่นนี้วิ่งกันเกลื่อนถนนในฐานะรถตู้โดยสาร ที่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคุ้มค่าที่สุดในปีที่ผ่านมา
อันดับ รถอเนกประสงค์ที่คุ้มค่าที่สุด
เรากำลังจะพูดถึงรถ SUV พันธุ์แท้ และมันมีเพียงไม่กี่รุ่นที่มาขายในไทย แต่ถ้าถามราคาค่าตัว ฟังชั่น เทคโนโลยี ที่จะอัดแน่นในรถยนต์ กลุ่มนี้นั้น Chevrolet Captiva ถือว่าเป็นรถที่ดีที่สุดในกลุ่มโดยมันมีราคาเริ่มต้นที่ 1,292,000 บาท ในรุ่น LS ที่มาพร้อมขุมพลังทางเลือกเบนซินและดีเซล ส่วนภายในกว้างขวางนั่งสบายแน่ และยังทรวดทรงดูภูมิฐานทางภายนอก
อันดับที่ ซีดานกลางที่คุ้มสุดแห่งปี
รถยนต์กลุ่มนี้ถือว่าตัดสินใจยากจริง และใน รถรุ่นที่คนนิยมที่สุดในกลุ่มรถญี่ปุ่นนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่เชือดเฉือนกันจริง แต่สุดท้าย เรากลับมองว่า Nissan Teana เป็นรถที่ให้สมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสูงสุดเท่าที่รถในระดับเดียวกันสามารถจะให้ได้ นี่ยังไม่นับรวมเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ที่ถือว่าราคา1,219,000 -1,676,000 บาท นั้นคุ้มที่จะจ่าย และเราอยากบอกว่ารถรุ่นนี้ไม่ใช่ก็เป้นเจ้าของกันง่าย เพราะผลิตตามออเดอร์เท่านั้น

อันดับ คอมแพ็คคาร์ที่คุ้มค่าสุดแห่งปี
อาจจะช้าไปเล็กน้อย แต่ก็มาแล้ว และราคาหลายคนที่บ่นว่าแพง แต่ท้ายที่สุด หลังจากที่เราลงความเห็นกันอย่างเป็นทาง เราขอเลือกให้ Chevrolet cruze เป็นรถกลุ่มคอมแพ็คซีด้านที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี 2010และมันน่าสนใจอย่างมากด้วย รูปลักษณ์ที่กินขาดเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ และที่สำคัญที่สุดออพชั่นต่างๆที่เพียบพร้อมนั้น อาจจะถูกใจใครหลายๆคน
อันดับที่ ซับ-คอมแพ็คคาร์ ที่คุ้มค่าที่สุด
รางวัลนี้คงจะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก Ford Fiesta ที่วันนี้วางจำหน่ายด้วยราคาสูงสุดที่ 699,000 บา ท ที่ถือว่าไม่แพงเลยเมื่อคุณมองเพิ่มเติมที่รูปลักษณ์อันสะดุดตา พร้อมด้วยเทคโนโลยีอีกเป็นหางว่าว ที่รุ่นท๊อป มีจุดเด่นที่ระบบสั่งงานภายในรถด้วยเสียง ถือว่าน่าสนใจมากๆ และล้ำหน้าเจ้าอื่นไปอีกขั้นจริงๆ
อันดับที่ รถกระบะที่คุ้มค่าที่สุดปี
ถ้าพูดถึงรถกระบะค่ายไหนที่จะเป็นรถแห่งปีนั้น เป็นอีกครั้งที่มันยากมากที่จะบอกให้ลงตัวได้ เพราะมันมีปัจจัยไม่เหมือนกัน แต่ถ้าดูจากอัตราประหยัดน้ำมันออพชั่นที่ให้ และรูปลักษณืแล้ว เรามองดูทุกค่ายที่จำหน่ายกระบะทั้งเจ้าใหญ่เจ้าเล็ก Nissan Navaraดูจะให้ทุกอย่างลงตัวกว่ารถรุ่นอื่นๆ ด้วยรูปโฉมแบบอเมริกันออกแบบให้ เครื่องยนต์แรง+6 เกียร์ที่ประหยัด หรือถ้าคุณไม่ชอบ เกียร์อัตโนมัติก็ยังให้การขับขี่ที่สะดวกสบาย ที่สำคัญและโดนใจมากที่สุดนั้นคงไม่พ้นการออกแบบภายในห้องโดยสาารที่ออกมาราวกับว่า มันเป็นรถเก๋งยังไงยังงั้น
อันดับที่ รถที่คุ้มค่าที่สุดทางด้านความประหยัด
รถอะไรขับแล้วประหยัดที่สุด นี่ก็เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินเพราะส่วนหนึ่งก็มาจากลักษณะการขับขี่ของแต่ละคนด้วย แต่งานนี้อาจจะแหกคอกไปนิด แต่เราเลือกให้ Mitsubishi Lancer EX รุ่น 1.8 ครองใจในข้อนี้ไปอย่างไม่ยากเย็นนัก
หลายคนอาจจะสงสัย เครื่อง 1.8 มันประหยัดตรงไหน เครื่องน่ะมีอัตราประหยัดไม่เท่าไร แต่ด้วยความล้ำหน้ากว่าชาวบ้านที่มันสามารถเติมน้ำมัน E85 ได้ นี่สิ ถือเป็นทางออกที่น่าสนใจอย่างมากและมันก็ทำให้เราเหลือเชื่อด้วย ราคาเติมน้ำมันเต็มถังที่พอๆกับการใช้แก๊ส แต่ความแรงในการเหยียบพุ่งนี่ดีกว่ากันเยอะเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าตัวและความประหยัดที่ได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และมันประทับใจในอัตราเร่งที่ยังทันใจรถรุ่นนี้จึงเอาใจเราไปครองได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

อันดับที่ รถที่คุ้มค่าที่สุดทางด้านเทคโนโลยี
เทคโนโลยีที่ถือว่าเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้และความไฮเทคที่น่าหลงใหล แม้คุณอาจจะต้องยอมควักกระเป๋าสักนิดเพื่อให้รถคุณตกรุ่นช้า และเราตัดสินให้ toyota Prius รถ Hybrid ตัวแม่รุ่นใหม่ล่าสุดที่ไม่คิดว่าจะมาเมืองไทย ชนะใจไปด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,190,000 บาท พร้อม รายชื่อเทคโนโลยียาวเป้นหางว่าว ตั้งแต่เครื่องยันการออกแบบ ที่ทั้งหมดทางค่ายสามห่วงจัดทำมาเป้นพิเศษเพื่อความประหยัด และสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่คุณจะหาได้

อันดับที่ รถที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2010

จะมีอะไรคุ้มค่ากว่าอีโค่คาร์จากค่ายรถยนต์ Nissan กับเจ้า March น้อยที่ให้ความลงตัวและน่าสนใจด้วยราคาเริ่มต้น 375,000 บาทเท่านั้น รถรุ่นนี้อาจจะเล็กพริกขี้หนู แต่มันก็เจ๋งพอตัวด้วยเทคโนโลยีดีๆจากรถรุ่นใหญ่อย่างระบบเครื่องที่หั่นออกไป สูบ หรือระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT จากซีดานใหญ่ที่นิ่มนวล ที่เมื่อมองรวมกับองค์ประกอบอื่น อย่างดีไซน์ทั้งภายใน ภายนอกนั้น รถรุ่นนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีและลงตัวมากๆ จนความคุ้มค่าที่สุดนี้อาจจะทำให้หลายคนออกอาการเซง เมื่อรู้ว่าต้องใช้เวลารอรถที่จะผลิตออกมาได้เชยชม ด้วยบัญชียาวเป็นหางว่าว ที่มีระยะเวลากว่า 4-5 เดือน เลยทีเดียว
ทั้งหมดนี้เป็น 10 อันดับรถคุ้มค่าจากเราที่อยากจะแนะนำ หากใครกำลังมองรถรุ่นใหม่ๆ มาใช้งานในทุกสมรรถนะการขับขี่ ที่คุณควรต้องศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะเงินทุกบาททุสตางค์ที่เสียไปนั้นจะต้องคุ้มค่าที่สุด

10 สุดยอดอุปกรณ์ IT ที่ทุกคนรอคอยในปี 2011!

:: Article: 10 สุดยอดอุปกรณ์ IT ที่ทุกคนรอคอยในปี 2011! ::
เพียงอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์แล้วสินะครับที่ปฏิทินบนข้างฝาของพวกเราจะเริ่มก้าวเข้าสู่ปี 2011 กันแล้ว ช่างเป็นเวลาหนึ่งปีที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วดีแท้นักเชียวเพราะมีเรื่องราวมาก มายเกิดขึ้นให้เราต้องจดจำกันมากมายนับไม่ถ้วนทีเดียว

ขณะเดียวกันพวกเราทีมงาน TechXcite ก็แทบจะอดใจรอให้ถึงปีหน้ากันไม่ไหวอยู่แล้ว เพราะเชื่อได้เลยว่าในขวบปีที่กำลังจะมาถึงนั้น จะยังคงมีเทคโนโลยีอันน่าตื่นตะลึงรวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่สุดเจ๋ง มาให้พวกเราต้องอึ้งทึ่งเสียวกันอยู่ตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน

ว่าแล้วทีมงาน TechXcite ก็เลยขอเหลียวหลังแลหน้ามาลองจับตากระแสนวัตกรรมใหม่ในปีหน้าดูบ้างว่าจะมี Gadget และของเล่น IT ตัวใดบ้างที่ต้องขอการันตีไปเลยว่าเหล่า Gadget Man พันธุ์แท้ทั้งหลายต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

ปล. อันดับนี้ไม่ได้เรียงตามความเทพของอุปกรณ์แต่ละตัวแต่อย่างใดนะครับ...แบบว่านึกอะไรขึ้นมาได้เราก็จับมาใส่ก่อนเลย
10 สุดยอดอุปกรณ์ IT ที่ทุกคนรอคอยในปี 2011

1. iPad 2

ให้ดิ้นตายยังไงเสียก็ต้องมีชื่อของ iPad 2 อยู่ในลิสต์รายการของเราด้วยอย่างแน่นอน เพราะตลอดช่วง 2-3 เดือนหลังช่วงท้ายปีที่ผ่านมานี้หากไม่นับข่าว iPad เปิดตัวในไทยแล้ว อีกหนึ่งกระแสที่มาแรงไม่แพ้กันก็คือการที่หลายคนชักเริ่มลังเลว่าจะรอซื้อ iPad 2 ดีกว่าไหมนั่นเอง นั่นพอจะแสดงให้เห็นแล้วว่าหลายคนพร้อมจะเก็บตังค์ก้อนโตเอาไว้ซื้อแทบเลตรุ่นใหม่จาก Apple ในปีหน้ากันแทนอย่างใจจดใจจ่อ
ซึ่งแม้ว่าสเปคของ iPad 2 นั้นยังคงเก็บกันเป็นความลับสุดยอดอยู่ในเหล่าบรรดาทีมงานของ Steve Jobs และคณะ แต่เชื่อเถอะว่า iPad 2 เวอร์ชันอัพเดตนี้น่าจะมาพร้อมกับกล้องหน้า-หลัง, ระบบ FaceTime ที่ยังไงก็ต้องติดมากับกล้องนั่นแหละ, ซีพียูใหม่ที่น่าจะช่วยให้ประมวลผลได้เร็วขึ้นกว่า iPad รุ่นปัจจุบัน และก็ไม่แน่เหมือนกันว่าเราอาจได้เห็น iPad 2 ที่มาพร้อมกับดีไซน์สุดแตกต่างไปจากเดิมเลยก็เป็นได้เหมือนกัน
แม้จะไม่ได้ยัดเอาคุณสมบัติใหม่ๆมาใส่แบบเยอะเข้าว่าเหมือนค่ายอื่น แต่เชื่อเถอะว่าตามสไตล์ Apple แล้วสิ่งที่พวกเขาจะคัดสรรนำมาไว้ให้กับ iPad 2 นั้นจะต้องเป็นนวัตกรรมที่พร้อมปฏิวัติวงการเหมือนอย่างที่เคยเป็นเสมอมาชัวร์ป้าบ
2. BlackBerry Playbook

แม้ว่าหลายๆคนจะค่อนขอดบริษัท RIM ว่าชอบคงไว้ซึ่งรูปแบบการดีไซน์อุปกรณ์แบบดั้งเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลงของตัวเองจนทำให้โทรศัพท์มือถือ BlackBerry รุ่นต่างๆที่ออกมานั้นมีหน้าตาที่ดูเพลนมากแถมดูคล้ายกันไปเสียหมด แต่เห็นทีข้อครหานี้คงจะนำมาใช้ไม่ได้กับแทบเลตตัวใหม่ของทางค่ายอย่างเจ้า BlackBerry PlayBook ที่พร้อมแหกกฏความจำเจทุกข้อที่ BB เคยมีก่อนหน้านี้ไปเสียจนหมดสิ้น

สำหรับ BB Playbook นี้พร้อมจะทำให้คุณต้องทึ่งไปกับรูปลักษณ์อันดูโดดเด่นที่สามารถใช้งานได้ง่าย, ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ล่าสุดของ BlackBerry OS, โปรเซสเซอร์แบบ 2 คอร์เพื่อเพิ่มพลังขับเคลื่อนทางด้านกราฟฟิก, ฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อนักธุรกิจงานชุกแบบที่สาวก BlackBerry น่าจะคุ้นเคยกันดี รวมไปถึงอีกหนึ่งความน่าสนใจไม่แพ้กันอย่างเช่นการที่บริษัท RIM เดินตามรอย Apple ด้วยการเปิดใจรับผู้พัฒนา App จากภายนอกมากยิ่งขึ้น
ต้องมาจับตาดูกันว่านอกเหนือจากศึกดำเดือดก่อนหน้านี้ที่ iPhone ก็ฟาดปากกับ BB ไปรอบหนึ่งแล้ว ศึกใหญ่ระดับบิ๊กแมทช์หยุดโลกอย่าง iPad 2 บู๊สนั่นกับ PlayBook นี้ใครที่จะได้รับการชูมือในฐานะของผู้ชนะในท้ายที่สุดกันแน่?
3. LG Star - LG Optimus 2x

ในที่สุดโทรศัพท์มือถือก็กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อีกคำรบหลังจากเมื่อปีก่อนซีพียู Hummingbird ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้สมาร์ตโฟนในมือของท่านสามารถทำงานได้ไม่ต่างจากโน้ตบุ๊คตัวเขื่องเลย มาวันนี้ LG Star ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับชิปเซ็ตตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Tegra 2 จาก NVIDIA ซึ่งเล่าลือกันว่านี่คือซีพียูที่ประมวลผลได้แรงที่สุดในตลาดมือถือเวลานี้แล้วทีเดียว

โดยไม่เพียงแต่จะมีสมรรถนะภายในที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ LG Star ยังทำให้ชาวเกาหลีได้ภูมิใจกับเทคโนโลยีอันล้ำเลิศของพวกเขาเองด้วยการเพิ่มกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, พอร์ต HDMI และความสามารถในการรองรับระบบบันทึกวิดีโอแบบ 1080p Full HD ให้กับสมาร์ตโฟนยอดอัจฉริยะนี้เช่นกัน ที่สำคัญคือมีโอกาสสูงทีเดียวที่ LG Star จะใช้งานระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread เมื่อมันออกวางจำหน่ายจริงก็เป็นได้
งานนี้ถ้า Samsung Nexus S เกิดอาการชะล่าใจขึ้นมา รับรองได้ว่า LG Star (หรืออาจใช้ชื่อ LG Optimus 2X) พร้อมเขี่ยเพื่อนร่วมชาติขึ้นไปนั่งแท่นเป็นสุดยอดนวัตกรรมมือถือแห่งโลก Android แทนอย่างแน่นอน!
4. Sony Ericsson PSP Phone

หากเรามานั่งเปรียบเทียบเป็นบัญญัติไตรยางศ์แล้ว ในเมื่อแม้กระทั่งโทรศัพท์อย่าง iPhone 4 ยังสามารถเล่นเกมส์กราฟฟิกแจ่มๆแบบ Infinity Blade ได้สบายๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วละก็สมาร์ตโฟนที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองคอเกมส์เครื่องพกพาทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างเจ้า Sony Ericsson PSP Phone ก็น่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของเหล่านักโขยกจอยทางบ้านได้แจ่มยิ่งกว่านั้นอีกจริงไหมละ?

แน่นอนว่า PSP Phone นั้นไม่ได้มีดีแค่เอาไว้ให้ผู้ใช้โขยกจอยกับปุ่มเล่นเกมส์กันอย่างเมามันส์ แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานในฐานะสมาร์ตโฟนของ Sony Ericsson Z1 นั้นก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันเลยไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread, หน้าจอใหญ่จุใจขนาด 4 นิ้ว, ซีพียู Qualcomm 1 GHz รวมถึงกล้อง 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED อีกด้วย

อย่างน้อย PSP Phone ก็คงจะเป็นทางเลือกสายกลางสำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะซื้อมือถือหรือเกมส์ดี พร้อมทั้งเป็นแมทช์อุ่นเครื่องเบาๆก่อนการมาถึงของ PSP2 ตัวจริงในช่วงปลายปีหน้านี้เช่นกัน
5. Nintendo 3DS

หากไม่นับว่าปี 2010 เป็นปีของแทบเลตแล้ว อีกหนึ่งกระแสที่มาแรงแซงทางโค้งไม่แพ้กันเห็นจะหนีไม่พ้นระบบความบันเทิงแบบ 3D นั่นเอง ซึ่ง ณ เวลานี้บริษัท IT หลายเจ้าๆก็เริ่มหันมาให้ความสนใจในตลาดนี้กันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น 3DTV รุ่นต่างๆที่มีขายอยู่มากมาย รวมไปจนถึงวงการเครื่องเล่นเกมส์ที่มีหัวเรี่ยงหัวแรงหลักเป็นเจ้า Nintendo 3DS นี่เอง

โดยการกลับมาสู่โลกความมันส์ทะลุจอหนนี้ ทางด้านของ Nintendo ซึ่งเคยมีประสบการณ์เฟลโคตรมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยที่วางจำหน่ายเครื่องเล่นเกมส์ 3D เต็มตัวอย่าง Virtual Boy ออกสู่ตลาดแล้วผลตอบรับออกมาแป้กสุดๆจึงขอนำเสนอประสบการณ์การเล่นเกมส์ 3 มิติแบบใหม่ที่ผู้เล่นไม่จำเป็นจะต้องพึ่งแว่น 3D อีกต่อไปเสียเลย! แถมในเวลานี้ค่ายผู้พัฒนาเกมส์ระดับบิ๊กต่างก็ออกมาตอบรับการพัฒนาเกมส์ 3D ลงให้กับแพลตฟอร์มใหม่ของ Nintendo เป็นอย่างดีด้วย

เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากเล่นเกมส์ดังๆอย่าง Resident Evil หรือ Metal Gear Solid แบบมันส์สะใจทะลุจอ ก็อดใจรอ Nintendo 3DS กันได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านี้แน่นอนครับ!
S! Hitech Comment
6. Motorola Android 3.0 tablet

เมื่อ ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทางด้านของ Andy Rubin ผู้ให้กำเนิดระบบปฏิบัติการ Android ได้ขึ้นเวทีงาน D: Dive into Mobile เพื่อโชว์แทบเลตรุ่นต้นแบบที่จะมาพร้อมกับเวอร์ชันอัพเดตล่าสุดอย่าง Android 3.0 Honeycomb ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานกับแทบเลตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเจ้าแทบเลตที่ได้ไปเผยโฉมในงานนี้ก็เป็นผลงานของบริษัท Motorola ที่ขอมาจับตลาดนี้อย่างเต็มสูบแล้วนั่นเอง

ซึ่งจากทั้งภาพและวิดีโอ ที่ได้รับการเผยแพร่ออกไปนั้นต้องบอกว่าบางที เจ้าแทบเลตตัวนี้นี่เองที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมและเพียงพอที่จะก้าวขึ้นมา เป็น iPad killer ตัวจริงได้เลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นซีพียู Nvidia Tegra 2 แบบ 2 คอร์ความเร็วถึง 1 GHz, กล้องหน้า-หลังความละเอียดสูง, หน้าจอสุดคมชัดที่ระดับ 1280*800 พิกเซลอีกด้วย
หากเปรียบไป แล้ว Motorola Tablet ตัวนี้ได้นำเอารูปแบบการใช้งานอย่างมีสไตล์ของ iOS มาผนวกเข้ากับขุมพลังในการประมวลผลจาก Android นั่นเอง แล้วทีนี้ใครเล่าจะไปอดใจรอปีหน้าไหว?
7. Chrome OS netbook

สำหรับ คนที่ไม่ชอบพกพาแทบเลตทั้งหลายโปรดวางใจได้เลยว่าปีหน้าคุณยังมี ของเล่นเจ๋งๆมาให้ได้สัมผัสกันอีกเยอะแน่นอน โดยดาวเด่นประดับวงการของปีหน้าก็ไม่น่าจะหนีไปจากเน็ตบุ๊คตัวใหม่จากค่าย Google ที่ขอลองมาจับตลาดฝั่งคอมพิวเตอร์พกพาดูบ้าง ซึ่งความพิเศษของเน็ตบุ๊คตัวนี้ก็คือมันจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการทางเลือก ใหม่อย่าง Chrome OS นั่นเอง

สำหรับ Google Cr-48 ที่เป็นชื่อโค้ดเนมอย่างไม่เป็นทางการของเน็ตบุ๊ค Google นั้นจะมาพร้อมกับคุณสมบัติที่พร้อมปฏิวัติตลาดเน็ตบุ๊คทั้งหมดด้วย ประสิทธิภาพในการทำงานที่รวดเร็วขึ้นรวมถึงความสามารถในการรองรับ แอพพลิเคชันการใช้งานต่างๆผ่านเว็บด้วยระบบ Cloud Computing ซึ่งจะทำให้คุณบอกลาฮาร์ดดิสก์ลูกโตๆแบบเก่าไปได้เลย เรียกว่าต่อให้เครื่องพังยังไง ข้อมูลของคุณก็จะไม่มีวันหลายไปตลอดกาล


มารอ ดูกันว่า Chrome OS Netbook จะมีดีพอขึ้นไปทาบชั้น 2 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Windows และ Mac ที่ปักหลักจองพื้นที่ตลาดคอมพิวเตอร์เกือบหมดได้หรือไม่กันหนอ?
8. Sony VAIO 3D

แม้ ก่อนหน้านี้จะมีบริษัทโน้ตบุ๊คหลายเจ้าหลากยี่ห้อได้เริ่มเปิดตัวนวัตกรรม โน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับระบบภาพ 3D กันไปบ้างแล้ว แต่เมื่อราชันย์แห่งโลกความบันเทิงอย่าง Sony จะขอลองมาจับตลาด 3D Notebook ดูบ้าง พวกเขาก็พร้อมที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่แตกต่างด้วยระบบ 3D แบบใหม่ที่ภาพบนหน้าจอนั้นจะนุ่มนวลสบายตากว่าทุกรุ่นที่คุณเคยได้สัมผัสมา เสียอีก

โดยว่ากันว่าหน้าจอแสดงผล LCD ของ Sony Vaio 3D ที่ว่านี้จะมีอัตราการตอบสนองที่เร็วมากด้วยอัตราเฟรมเรตสูงสุดถึง 240 เฟรมต่อวินาทีทีเดียวซึ่งจะช่วยให้ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอนั้นมีความลื่นไหลมาก ขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีระบบใหม่ที่เรียกว่า Black Frame Insertion ซึ่งจะแทรกเฟรมภาพสีดำเข้าไปเพื่อทำให้ภาพ 3D ที่เราเห็นนั้นให้มีความคมชัดไม่แตกพร่าเหมือนที่เคยเป็นมาอีกด้วย
เอาเป็นว่าถ้า พะชื่อยี่ห้อขึ้นมาว่ามี Sony เข้ามาเอี่ยวแล้ว ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ตัวไหนจะออกมาก็รองรับคุณภาพของพวกเขาได้เลยว่าดีเลิศ ประเสริฐศรีไม่แพ้แบรนด์อื่นๆเลยแม้แต่น้อย!
9. Nikon & Canon mirrorless camera

ดู ท่าว่าทางฝั่งของผู้ผลิตกล้อง DSLR ระดับยักษ์ใหญ่บนโลกใบนี้ไม่ว่าจะเป็น Nikon หรือ Canon จะเริ่มตระหนักกันได้บ้างแล้วว่าผู้ใช้งานกล้อง Compact ทั่วไปก็เริ่มเผยให้เห็นถึงความต้องการกล้องถ่ายภาพชั้นดีนอกเหนือจาก DSLR แบบเดิมที่แม้แต่คนทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่จะส่งผลให้ตลาดกล้องแบบ Mirrorless ยิ่งร้อนแรงมากขึ้นกว่าเดิมในช่วงปีหน้านี้

ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของ ผู้ผลิตกล้องอย่าง Nikon เองที่คาดหวังว่าจะเข้าสู่วงการกล้องแบบ mirrorless DSLR อย่างเต็มตัวเพื่อที่จะขยายฐานตลาดนี้ของตัวเองให้กว้างมากยิ่งขึ้นกว่า เดิม  ขณะที่ Canon ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกันเพราะพวกเขาเองก็ตกเป็นข่าวลือมาโดยตลอดว่าเตรียม ที่จะเปิดตัวกล้องแบบ mirrorless ของตัวเองกันในปีหน้านี้แล้วด้วยสิ
เชื่อได้เลย ว่าการขยับตัวของ 2 ค่ายระดับเจ้าพ่อประจำวงการงานถ่ายภาพคราวนี้คงจะส่งแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ ให้เส้นแบ่งระหว่างกล้อง DSLR กับ Compact ยิ่งบางลงไปทุกขณะจิตอย่างแน่นอน
S! Hitech Comment
10. iPhone 5

อันดับ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุดเพราะเชื่อว่ายังไงเสียผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือยอด ฮิต iPhone ทั้งหลายจะต้องตั้งหน้าตั้งตาคอยรุ่นใหม่อย่าง iPhone 5 กันอยู่อย่างแน่นอน ก็ได้แต่หวังว่ากลับมาคราวนี้สมาร์ตโฟนเจนเนอเรชั่นใหม่จาก Apple คงจะมีอะไรดีๆที่จะทำให้สาวกทั้งหลายต้องได้อึ้งกิมกี่กันเหมือนที่เคยเป็น ตลอดมา

โดยในเวลานี้เท่าที่ทราบมาความเป็นไปได้ของ iPhone 5 นั้นก็มีเยอะแยะตาแป๊ะไก่ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของฟังก์ชั่นรองรับระบบชำระเงิน อัจฉริยะผ่าน NFC, วิทยุ AM/FM ในตัว, อินเตอร์เฟซแบบใหม่ที่ผสานเอา click-wheel มารวมเข้าไว้กับหน้าจอสัมผัส, หน้าจอแสดงผลแบบ 3D ได้โดยไม่ต้องสวมแว่น, กล้อง 8 ล้านพิกเซล, รองรับ Flash บนเว็บ, ภาพและเสียงแบบ Full HD เต็มตัว...บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อ้อ! แต่หวังว่าหนนี้ iPhone 5 คงจะไม่ได้คลอดออกมาพร้อมกับปัญหาชวนละเหี่ยวใจทุกผู้ทุกนามอย่างมหากาพย์ เสาสัญญาณเน่าเหมือนคราวที่แล้วหรอกนะ...อิอิ

บทความโดย: ekk TechXcite

S! Hitech Comment

สวัสดีปีใหม่ 2554

สวัสดีปีใหม่ 2554 น่ะครับ ช่วงนี้เริ่มว่าง ผมก็เลยหาเรื่องราวดีๆเอามาฝากกันน่ะครับ ปีใหม่นี้ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ คิดอะไรขอให้สมหวังทุกประการ ร่ำรวยๆ กันทุกคนน่ะครับ


15 อย่างใน iPhone 5 ที่รออยู่

ในทุกครั้งที่ Apple ออก iPhone ตัวใหม่ เรื่องอัตราการกินไฟก็มักจะเป็นปัจจัยแรกๆที่ถูกทำการปรับปรุงให้ดีมากขึ้นทุกครั้ง โดยดูจาก iPhone 4 นั้นยังมีอัตราการสนทนาต่อเนื่องได้นานกว่า 
1. iOS 5
แน่นอนว่า iOS5 ย่อมดีกว่า 4 แน่นอน ถ้า iPhone 5 ออกมาจริงในปีหน้า ระบบปฎิบัติการตัวใหม่ก็คือสิ่งที่หลายๆคนอยากให้มีเป็นอันดับต้น
2. ประหยัดไฟมากขึ้น
ในทุกครั้งที่ Apple ออก iPhone ตัวใหม่ เรื่องอัตราการกินไฟก็มักจะเป็นปัจจัยแรกๆที่ถูกทำการปรับปรุงให้ดีมากขึ้น ทุกครั้ง โดยดูจาก iPhone 4 นั้นยังมีอัตราการสนทนาต่อเนื่องได้นานกว่า iPhone 3GS มากถึง 40% ดังนั้น หวังว่าใน iPhone 5 เทคโนโลยีของแบตเตอรี่น่าจะดีขึ้น อาจจะมีความจุของแบตเตอรี่สูงขึ้นในขนาดเท่าเดิม เพราะนอกจากแบตดีขึ้นแล้ว เรื่อง CPU การทำงานที่กินไฟน้อยลงก็คงจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ระยะการใช้งานนานขึ้นด้วย
3. 3D graphics
เนื่องจาก graphics chip ได้ถูกใส่ไว้ในชิพ  A4, ทำให้หลายๆคนสงสัยว่าตกลงว่า 3D graphics chip ที่อยู่ใน iPhone 4 มันคืออะไรกันแน่ แต่เท่าที่หลายฝ่ายเดาๆกันดูก็น่าจะเป็น Samsung นั่นเอง อย่างไรก็ตามแม้ว่าใน iPhone 4 จะมีการพัฒนาเรื่องกราฟฟิคมามากพอสมควร โดยสามารถแสดงผลที่ความละเอียด  960×640 pixels แต่สำหรับ iPhone 5 คาดกันว่า Apple เอาแน่กับความละเอียดหน้าจอที่ 1156×768 pixels
4. 1.5 GHz A4 processor
สำหรับ iPhone 4 นั้นได้ใช้ชิพ  A4 ในการทำงาน แต่ก็ยังไม่มีใครฟันธงว่ามันความเร็วการทำงานที่  1GHz  แบบในเครื่อง iPad หรือไม่ แต่เรื่อง Speed การทำงานกับอัตราการกินไฟของ iPhone 4 ถือว่าน่าประทับใจมากทีเดียว แต่กาลเวลาเป็นสิ่งที่จะเป็นตัวบีบ Spec การทำงานของ CPU ให้พัฒนาให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น สิ่งที่คาดหวังกันไว้ว่าน่าจะได้เห็นใน iPhone รุ่นถัดไปก็คือความเร็วที่ 1.5 GHz หรือหาก  สตี๊ฟ จ๊อบส์ ฮึดๆขึ้นมาอาจจะใส่ CPU ไปถึง 2 GHz
5. Better camera
กล้องระดับ 8-megapixel คือสิ่งที่คาดว่าไม่น่าพลาดที่เราอาจจะได้เห็นใน iPhone 5 เพราะแม้ว่า iPhone 4 จะพัฒนากล้องมาที่ระดับ 5 megapixels พร้อม LED flash แต่เชื่อว่าระดับความละเอียดของกล้องน่าจะต้องถูกขยับไปตามคู่แข่งขันในตลาด เพราะบางรุ่นในปี 2010 นี้ก็พัฒนาไปถึง 8 ล้านพิกเซลแล้ว
6. Flash support
ไม่รู้ไปโกรธเคืองกันมาจากไหน ไม่ว่า iPhone จะออกมากี่รุ่นก็ตามการสนับสนุนการทำงานของ Flash ก็ยังไม่มีสักที แม้ว่า Apple จะบอกว่า Flash นั้นมันกินทรัพยากรเครื่องเยอะ และเค้าเองเชื่อว่าอนาคตสิ่งที่จะมาแทน Flash นั้นมีอยู่แน่ใน HTML5  ซึ่งเชื่อว่า HTML5 มีประสิทธิภาพดีกว่า Flash มากมาย แถมยังมี้ข้อผิดพลาดน้อยกว่า (สตีฟ จอบส์ เคยว่าไว้) และเป็นระบบเปิดมากกว่าอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนใช้ตาดำๆ ก็อยากบอกว่า อยากได้ๆๆๆๆๆ Flashhhhhh อยู่ดี ทุกวันนี้ iPhone เกือบจะสมบูรณ์แล้วเชียวแต่เข้าเว็บที่มีการทำงาน Flash แล้วรู้สึก โมโหทุกที
7. FaceTime ผ่าน 3G
สำหรับปัจจุบันนี้การใช้งาน Face Time จะต้องผ่านทาง WiFi เท่านั้นเป็นการพูดคุยลักษณะแบบ VOIP ซึ่งต้องหาจุดเชื่อมต่อ WiFi ในขณะใช้งาน หากในอนาคตมันจะใช้พูดคุยโดยอาศัยช่องทาง ทางระบบ 3G หรือ 4G ในอนาคตก็คงจะดีมากขึ้น แม้ว่าการใช้งานผ่านโครงข่าย Network ในปัจจุบันอาจจะเร็วไม่พอแต่ในอนาคตหากระบบต่างๆเร็วขึ้น การใช้งาน Face time ก็น่าจะได้รับการปรับปรุงรูปแบบให้ดีกว่านี้ และใช้ข้ามคุยกับแพลตฟอร์มอื่นๆได้ด้วย
8. Home screen
หน้า ตา Home Screen ของ Apple เจอกันมาหลายปี หลายๆรุ่นก็หน้าตาแบบเดียวกัน ดังนั้น สิ่งที่ iPhone 5 น่าจะมีการปรับปรุงได้แล้วก็คือเรื่องการให้ ผู้ใช้สามารถปรับแต่งหน้าจอได้อย่างอิสระมากขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยโปรแกรมใดๆ ช่วย
9. Expandable memory
สิ่งที่ฝันลมๆ แล้งๆ แต่หลายๆ ก็คงอยากให้มีใช่ไหมครับ
10.  memory
64GB สิ่งที่ไม่ไกลเกินเอื้อมและคาดว่าน่าจะได้เห็นกันในรุ่นถัดไป
11. RFID
ตามข่าวลือแล้ว Apple ตอนนี้กำลังง่วนกับการพัฒนาระบบ radio-frequency identification, หรือ RFID, เพื่อจะยัดใส่ใน iPhone รุ่นถัดไป เพราะว่า RFID  เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่อะไรมากนัก แต่เชื่อว่ามันกำลังจะมาอยู่ในมือถือหลายๆรุ่นในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อการใช้งานที่สะดวกขึ้น เช่นการจ่ายเงินชำระค่าสินค้าต่างๆ
12. HD output
ใน ปัจจุบัน iPhone ไม่มี output 720p หรือ 1080i HD video ซึ่งเราก็หวังว่า iPhone 5 รุ่นถัดไปน่าจะมี HD output ให้มาด้วยแบบในมือถือบางรุ่นในปัจจุบัน
13. Biometric security
 เรา เคยเห็นระบบ สแกนนิ้วมือบน Notebook หรือแม้แต่ HP iPaq รุ่นเก่าๆก็ยังเคยมีระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหน้า เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นใน iPhone รุ่นอนาคต แต่คงจะยังไม่น่าจะใช่ในเร็วๆนี้แน่
14. Built-in IRอยาก ใช้ iPhone เป็นรีโมทควบคุม TV จังเลย แต่ไม่อยากต้องไปซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเพิ่มให้เกะกะ ถ้า iPhone 5 มีช่องรับส่ง อินฟราเรดให้มาสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้เอาไว้ส่งข้อมูลแต่อยากเอาไว้ควบคุม TV จ้าาาาา
15. Removable battery
สิ่งที่ Apple ไม่เคยทำและไม่คิดจะทำก็คือ การทำเครื่องไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ iPod แบบถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ โดยยอมไปนั่งพัฒนาเครื่องให้กินไฟน้อยใช้ได้นานดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งเทคโนโลยีของแบตเตอรี่มันพัฒนามากขึ้น ทำให้บางและเล็กลง Apple อาจจะเปลี่ยนใจทำเครื่องให้สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ เพราะสาเหตุหนึ่งที่เป็นปัญหาหากทำเครื่องให้ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ก็คือ เครื่องจะมีขนาดที่หนาขึ้นเพราะต้องเหลือพื้นที่สำหรับช่องใส่แบตเตอรี่ และฝาหลังเครื่อง