วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554

จัดบ้านดี...ชีวิตรุ่งเรือง


จัดบ้านดี...ชีวิตรุ่งเรือง
 
การ จัดบ้านเพิ่มเสริมโชคลาภทำให้ชีวิตรุ่งเรืองจะทำให้คนที่อยู่ในบ้านมีชีวิต ที่ดีขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เราจึงควรมาจัดบ้านเสริมให้ชีวิตรุ่งเรืองกันเถอะค่ะ
จัดบ้านดี...ชีวิตรุ่งเรือง
จัดบ้านดี...ชีวิตรุ่งเรือง


1. ควรตั้งกระถางต้นไม้ที่มุมต่าง ๆ ของบ้าน แต่งห้องรับแขกด้วยอ่างน้ำพุหรือตู้ปลา

2. อย่าให้บ้านแล้งหรือขาดน้ำและต้นไม้ ซึ่งเป็นพลังแห่งชีวิต บ้านที่ไม่มีความเขียวสดของต้นไม้มักเป็นบ้านที่ขาดโชคลาภ

3. เปิดไฟในบ้านให้สว่างไสวเสมอ บ้านที่มืดมิดอยู่เสมอเป็นบ้านโชคร้าย

4. ติดกระดิ่ง ลมที่หน้าต่าง กระดิ่งลมถือเป็นของประดับที่เสริมโชคลาภ

5. แขวนลูกแก้วคริสตัลไว้ที่ขอบประตูหรือตั้งไว้บนโต๊ะ เพื่อกระจายพลังที่ดีให้ไหลเวียนทั่วบ้าน ปัดเป่าพลังที่ชั่วร้าย ดึงดูดโชคดีและนำความราบรื่นเรียบร้อยมาให้

6. จัดผัก ผลไม้สีส้มหรือเหลืองไว้ในครัว หรือหาดอกไม้เหลืองปักแจกันตั้งไว้ในครัวเพื่อกระตุ้นพลังแห่งทรัพย์สินและ ความอุดมสมบูรณ์ ใช้สีเหลืองและเขียวในครัวอย่างพอเหมาะจึงจะโชคดี อย่าใช้มากเกินไป



7. ต้นไม้ที่ออกดอกสีขาวช่วยเสริมมงคลให้บ้านได้ แต่อย่ามากไปจนเต็มบ้านเพราะจะนำมาซึ่งความสูญเสียและความโศกเศร้า

8. หมั่นตรวจดูแหล่งน้ำในบ้านเสมอ น้ำใสจะเรียกเง ินทองโชคลาภเข้าบ้าน น้ำที่ขุ่นและเหม็นจะทำลายพลังชีวิต ทำให้เจ็บป่วยง่ายและตัดโชคลาภ

9. " น้ำ ร้องเพลง" คือแหล่งน้ำที่ไหลเบา ๆ ส่งเสียงเพราะกล่อมบ้าน แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล น้ำเช่นนี้จะดึงดูดความมั่งคั่งร่ำรวยเข้าบ้าน การจัดแต่งบ้านให้มีแหล่งน้ำร้องเพลงสามารถทำได้โดยตั้วอ่างน้ำพุเล็ก ๆ หรือโอ่งน้ำล้นที่มุมหนึ่งมุมใดของบ้าน

10. " น้ำ คำราม" คือแหล่งน้ำที่สร้าง เสียงดังเกินไป นอกจากจะไม่น่าฟังแล้วยังหนวกหูด้วย หากอยู่ในบ้านหรือใกล้บ้านจะทำลายโชคลาภทำให้เสียเงินเสียทองและนำทุกข์ภัย มาสู่

11. ปลาทอง 9 ตัวจะนำมาซึ่งความ มั่งคั่งร่ำรวย ควร เลี้ยงปลาทอง 9 ตัวในตู้ปลา ถ้าปลาตายต้องรีบหาปลามาเพิ่มอย่าให้มีจำนวนปลาลดลง อาจเลี้ยงปลาทอง 8 ตัว แล้วเลี้ยงปลาทองตัวสีดำ อีก 1 ตัว ก็ดี ปลาทองสีดำ จะขับไล่สิ่งอับโชคและความชั่วร้าย

12. สีเขียวแก่และสีเทาดำ เป็นสีหลักที่ควรเลือกใช้ในห้องทำงานหรือมุมทำงาน ของผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพื่อเสริมส่งด้านลาภยศและอำนาจบารมี




ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com

ความทุกข์...ไม่ได้มีไว้แบก


"หากว่าเรากล้าที่จะก้าว ก็อย่ากลัวที่จะล้ม
หากว่าเราต้องล้ม ก็อย่างกลัวที่จะลุกขึ้นใหม่"
เวลาที่ชีวิตต้องเจอกับเรื่องทุกข์ๆ เราควรจะยึดคติว่า"ความทุกข์มีไว้ให้ดับ ไม่ได้มีไว้แบก" เจอความทุกข์เมื่อไหร่ ก็หาทางฝังกลบมัน อย่าปล่อยให้ความทุกข์ลุกลามจนเรื้อรัง เดี๋ยวความทุกข์จะกลืนกินความสุขในใจเราไปจนหมด
การที่เราจะมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข ไม่ได้แปลว่าเราต้องกำจัด
ความ ทุกข์ได้อย่างถาวร เพียงแต่เราต้องรู้วิธีที่จะอยู่กับความทุกข์เฉพาะบางเรื่อง ไม่อุ้มความทุกข์ในวันวานมาเป็นทุกข์ในวันนี้และไม่สะสมความทุกข์ของเมื่อ วานกับวันนี้ ไปพอกไว้กับความทุกข์ของพรุ่งนี้
วันที่เรารู้สึกสับสนวุ่นวาย ไม่เข้าใจชีวิต ตัดสินใจไม่ถูก ก็เหมือนกับเราเจอโจทย์เลขหินๆ อ่านโจทย์กี่รอบก็ไม่เข้าใจ ตีโจทย์ไม่ออกก็เลยหาคำตอบไม่เจอ
การที่เราแก็โจทย์ไม่ได้ สามารถมองได้สามกรณี
กรณีแรกคือ โจทย์ยากและซับซ้อนเกินไป
กรณีที่สองคือ โจทย์ผิดหรือไม่ชัดเจนพอ
กรณีที่สามคือ เรามีพื้นฐานการคำนวณไม่ดีพอ
เฉกเช่นเดียวกัน การที่เราแก้โจทย์ชีวิตไม่ได้ ก็เกิดได้จากสามกรณี คือโจทย์ชีวิตของเรายากมาก หรือโจทย์ชีวิตมีความผิดพลาด หรือเราอาจจะมีความสามารถไม่พอที่จะแก้โจทย์ เราจึงต้องหาสาเหตุให้ได้ว่า ปัญหาอยู่ที่โจทย์ หรืออยู่ที่เรา ก่อนที่เราจะโทษว่าโจทย์ชีวิตมันช่างยากเหลือเกิน เราลองเปลี่ยนมาทบทวนตัวเราก่อนดีไหม
ลองถามตัวเองดูซิว่า เราเรียนรู้ชีวิตน้อยเกินไปหรือเราไม่เข้าใจชีวิตในเรื่องไหน เรื่องไหนที่เรายังด้อย เรื่องไหนที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราก็ต้องติวเข้มบทเรียนชีวิตให้มากขึ้น ถ้าหากเรามีพื้นฐานความคิดที่ดีพอสมควร มีความรู้ความเข้าใจพอประมาณ เราก็จะแก้โจทย์ชีวิตได้อย่างไม่ยากเย็น
แม้ว่าบางโจทย์อาจจะโหดไปบ้าง แต่ถ้าเราแน่พอ อย่างน้อยเราก็พอจะแก้โจทย์ได้สักครึ่งข้อ ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากเราไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ ต่อให้เราเจอโจทย์ง่ายกว่านี้เราก็อาจจะตอบผิด และอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องค้นหาก็คือ ใครเป็นคนตั้งโจทย์ชีวิต ชีวิตเป็นผู้ตั้งให้เรา หรือว่าเราเป็นคนตั้งโจทย์ชีวิตเอง เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงโจทย์ชีวิตเอง เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงโจทย์ได้ ถ้าโจทย์ที่เขียนไว้มันยากเย็นแสนเข็ญนัก เราก็ควรลบโจทย์นั้นทิ้งแล้วคิดโจทย์ใหม่ขึ้นมาแทน อย่าไปเสียเวลากับโจทย์ที่ไม่ให้ประโยชน์กับชีวิต
อย่าไปใส่ใจกับโจทย์ที่ไม่มีคำตอบ ถึงแม้เราจะมีโจทย์ชีวิตมากมาย แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ครบทุกโจทย์ เพราะว่าเราสามารถเลือกได้ว่าจะตอบหรือไม่ตอบ สำหรับโจทย์เลข จะมีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว แต่โจทย์ชีวิต อาจจะมีคำตอบที่ถูกต้องมากว่าหนึ่ง เราจึงต้องพิจารณาให้ดีว่าควรจะเลือกคำตอบไหน จึงจะแก้โจทย์ชีวิตและโจทย์หัวใจได้ดีที่สุด
"ปัญหาบางอย่างในโลกนี้ อาจจะไม่ได้มีไว้ให้เราแก้ แต่มีไว้ให้เราเรียนรู้ว่ามันแก้ไม่ได้"
ถ้าหากชีวิตมีแต่ความทุกข์เพียงด้านเดียว ชีวิตย่อมหาความสุขไม่ได้ แต่ถ้าชีวิตเต็มไปด้วยความสุขล้วนๆชีวิตก็คงไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร ทั้งความทุกข์และความสุขจึงเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต
เราจึงควรประสานความคิดและหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อจะได้ดูแลความสุขและความทุกข์ให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะพอดี
ถ้าหากเรามีคมความคิด การใช้ชีวิตก็จะง่ายขึ้น ถ้าหากเรามีหัวใจที่เฉียบคม ความรู้สึกของเราก็จะชัดเจนขึ้น
เพราะ " คมอยู่ที่คิด ชีวิตอยู่ที่ใจ " ขอเพียงเรารู้จักเลือกคิด ชีวิตก็จะคมชัด
-----------------------------------------

เครดิต เว็บ sanook.com

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

จนได้! โซนี่ก็ทำภาพ 3D แบบไม่ต้องใส่แว่นเหมือนกัน

จนได้! โซนี่ก็ทำภาพ 3D แบบไม่ต้องใส่แว่นเหมือนกัน


เทคโนโลยี ภาพแบบ 3D หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Stereoscopic 3D เริ่มต้นมาจากการใช้ชมภาพยนตร์แบบสมจริงในโรงภาพยนตร์ ซึ่งต้องใส่แว่นสามมิติในการรับชมด้วย จึงจะสามารถชมภาพแบบ 3D ได้ ซึ่งต่อมามีการนำมาใช้กับทีวีบ้านด้วย ซึ่งทาง Sony ก็โปรโมททีวีที่สามารถดูภาพ 3D ด้วยแว่นสามมิติอย่างเต็มที่ แต่ว่าบรรดาบริษัทอื่นๆกลับคิดค้นและพัฒนาภาพ 3D แบบที่ไม่ต้องใส่แว่นออกมาได้แทน ไม่ว่าจะเป็นของทางซัมซุง และไมโครซอฟต์ แถมทางนินเทนโด ก็ยังพัฒนาเครื่องเกมพกพา 3DS ที่เป็นภาพสามมิติแบบไม่ต้องใส่แว่นเช่นกันด้วย


มาตอนนี้ในงาน CES 2011 (Consumer Electronics Show 2011) ที่เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โซนี่ต้องตามคนอื่น ทำอุปกรณ์สร้างภาพ 3D แบบไม่ต้องใช้แว่นออกมาบ้างแล้ว ซึ่งทางโซนี่ได้นำเอากล้อง 3D camcorder รุ่นใหม่ของกล้องถ่ายวีดีโอ handycam ซึ่งกล้องตัวนี้สามารถที่จะบันทึกภาพวีดีโอได้แบบทั่วไป แถมยังสามารถฉายภาพออกมาเป็นแบบ 3D Digital ได้อีกด้วยโดยที่ไม่ต้องใส่แว่น แต่ว่าต้องฉายไปที่เครื่องจับภาพของกล้องเท่านั้น จึงจะได้ภาพแบบ 3D ส่วนราคาของอุปกณ์นี้ รวมๆอยู่ที่ $ 1,500 ประมาณ 50,000 กว่าบาท

จาก ที่โซนี่นำกล้องวีดีโอ 3D แบบที่ไม่ต้องใช้แว่นมานำเสนอนี้ ทำให้สื่อยิงคำถามไปยังโซนี่ว่ามีแผนจะทำเครื่องเกม ที่รองรับภาพ 3D แบบที่ไม่ใช้แว่น เหมือนอย่างเครื่อง 3DS หรือไม่ ซึ่งทางโซนี่ก็บอกว่ายังไม่มีแผนการนำเอา 3D หรืออะไรมาใช้กับเครื่องเกม PSP ทั้งนั้น ซึ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ก็มีเพียงแค่ภาพ 3D แบบต้องใส่แว่นของ PS3 เท่านั้นเอง




ข้อมูลอ้างอิงและภาพจาก
http://kotaku.com/5726042/sonys-doing-glasses+free-3d-too

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

iPhone: ฤา iPhone 6 จะมองข้าม 3G เข้าสู่ยุค 3D แทน

สำหรับใครหลายคนที่กำลังตั้งตารอ iPhone 5 โทรศัพท์มือถือตัวใหม่ล่าจาก Apple ที่พร้อมจะเปิดตัวในช่วงกลางปีนี้ เชื่อแน่ว่าหลายๆคนคงจะสงสัยกันอยู่บ้างว่าจะมีฟีเจอร์หรือฟังก์ชั่นการใช้ งานอะไรใหม่ๆมาให้สาวกค่ายนี้ได้ตื่นเต้นกันบ้าง ซึ่งเราก็คงต้องมานั่งลุ้นกันต่อไปจนถึงราวเดือนมิถุนายน - กรกฎาคมกันโน่นเลย
แต่สำหรับวันนี้ทีมงาน TechXcite ขอลองมองข้ามช็อตไปยัง iPhone 6 สำหรับปีสิ้นโลก 2012 ที่มีโอกาสสูงอยู่เหมือนกันที่จะมาพร้อมกับนวัตกรรมที่จะชวนให้หลายคนได้ อึ่งทึ่งเสียวกันไปตามๆกัน หลังบริษัท Apple ประสบความสำเร็จในการขอจดสิทธิบัตรเทคโนโลยี 3D ผ่านหน้าจอไม่ต้องง้อแว่นแบบใหม่ของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับข้อดีของระบบเทคโนโลยี 3D ที่ Apple ได้รับสิทธิบัตรมานั้นก็คือคุณสามารถมองภาพแบบสามมิติได้ด้วยตาเปล่า โดยที่คราวนี้ไม่ได้เห็นแค่คุณเพียงคนเดียวแต่คนรอบข้างก็จะได้รับชมภาพใน แบบเดียวกันกับคุณนั่นแหละ (คนชอบงัดมือถือมาอวดคงเตรียมยิ้มกันได้เลย) นอกจากนี้ภาพ 3D ที่สร้างออกมานั้นก็จะสามารถมองได้จากทุกองศาอย่างแท้จริงแถมยังเปลี่ยนองศา ได้ตามทิศทางการรับชมของผู้ใช้งานอีกต่างหาก
ซึ่งรับรองได้เลยว่า Apple คงไม่ได้จดสิทธิบัตรตัวนี้เก็บไว้ใส่กรุอย่างแน่นอน เพราะด้วยศักยภาพรวมถึงรูปแบบการใช้งานของอุปกรณ์อย่าง iPhone แล้วก็น่าจะเอื้ออำนวยต่อการใช้งาน 3D ในอนาคตอยู่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นระบบ 3D Facetime หรือการเล่นเกมส์สามมิติแบบเต็มรูปแบบบนหน้าจอ 3D Retina Display ซึ่งเราอาจมีโอกาสได้เห็นฟีเจอร์ 3D แบบนี้ใน iPhone 6, iPad 3 หรือแม้กระทั่ง iPod Touch รุ่นต่อๆไปก็เป็นได้
เพราะอนาคตไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันครับ!

วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

Mozilla Seabird มือถือแห่งอณาคต

เมื่อเจ้าพ่อบราวเซอร์อย่าง Mozilla Firefox หันมาเอาดีทางด้าน Smart Phone ซึ่งทาง Mozilla Labs ได้นำเสนอคอนเซปต์สมาร์ทโฟนชื่อว่า Seabird มาดูกันครับว่าเจ้า Mozilla Seabird จะมีดีอะไรบ้าง
สำหรับคอนเซปต์ Seabird สมาร์ทโฟนที่ทาง Mozilla Labs ได้ดีไซน์ตัวเครื่องนั้นมีคุณสมบัติ และความสามารถในการทำงานด้านต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ว่ากันตั้งแต่สเป็กพื้นฐานอย่างหน้าจอสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ กล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล ตามด้วย โปรเจ็กเตอร์ขนาดจิ๋ว 2 ตัว ที่มีความสว่าง 45 ลูเมนส์ และความละเอียด 960x600 พิกเซล   Seabird นั้นใช้เทคโนโลยีในการชาร์จแบบไร้สาย ( Wireless Charger ) พอร์ต mini-USB โดยทีด้านหลังจะมีหูฟังไร้สายที่สามารถถอดออกจากตัวเครื่องได้
มาดูกันต่อเลยว่าเจ้า Mozilla Seabird ทำอะไรได้บ้าง? ประการแรกเลยก็คือ มันใช้งานแบบมือถือทั่วไปได้ ส่วน หูฟังบลูทูธจะทำงานได้ 2 อย่างคือ ใช้เป็นหูฟัง หรือใช้แทนเมาส์ไร้สาย 3 มิติ โดยสามารถใช้นิ้วสัมผัสด้านหลังแทนการคลิกเมาส์ได้อีกด้วย ส่วนโปรเจ็กเตอร์ที่มี 2 ตัว เพราะเมื่อคุณนำ Seabird วางบนแท่นโดยหันด้านข้าง Projector ด้านหนึ่งจะฉายภาพหน้าจอ และอีกด้านหนึ่งฉายลงบนพื้นเป็นคีย์บอร์ดแสงพร้อมทัชแพด สำหรับการท่อง อินเตอร์เน็ต ดูหนัง และการใช้งาน บนหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น เห็นแบบนี้อยากใช้กันแล้วใช่มั่ยครับ งั้นเอาวีดีโอไปดูเรียกน้ำย่อยกันก่อน



OLED เทคโนโลยีใหม่สำหรับจอภาพ แบบโปร่งแสง

OLED ( Organic Light Emitting Devices ) ทางบริษัท TDK ได้นำเสนอเทคโนโลยี OLED จอแสดง ผลรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติคล้ายฟิล์ม คือมีความโปร่งใสจนสามารถมองเห็นทะลุได้ และจะเปล่งแสงเมื่อได้รับ พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ยังสามารถแสดงภาพในขณะที่จอถูกดัดให้โค้งงอได้อีกด้วย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของเทคโนโลยีจอแสดงผลชนิดนี้ที่เหนือกว่าจอที่ทำจาก แก้วที่แตกร้าวได้ง่าย
TDK คาดว่าจะเริ่มผลิตฟิล์มแสดงผลภายในหนึ่งปี นั่นหมายความว่า เราอาจจะได้เห็นมือถือที่ใช้จอ OLED ชนิดนี้ก่อนสิ้นปี 2011 ก็ได้ โดยนอกจากจะผลิตจอแสดงผลดังกล่าว เพื่อใช้กับมือถือแล้ว TDK ยังมองว่า ฟิล์มแสดงผลชนิดนี้ยังเหมาะกับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สวมใส่ (wearable electronics) อย่างเช่น แว่นตาแสดงผล Augmented Reality ที่สามารถมองเห็นสิ่งที่ตรงหน้า และภาพกราฟิกที่ปรากฎบนฟิล์ม OLED ที่ใช้แทนกระจกแก้ว หรือด้วยความที่มันมีความยืดหยุ่นโค้งงอได้
ในบูธของ TDK ยังได้มีการนำเสนอสายรัดข้อมือที่มาพร้อมกับฟิล์มแสดงผลชนิดนี้ รวมถึงใน อนาคตสามารถพัฒนาเป็นวิวไฟน์เดอร์ของกล้องถ่ายรูป หรือแม้แต่ใช้หน้าจอชนิดนถ่ายรูปสำหรับ Cameraphone ได้เลย จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ก็คือ ภาพที่สว่างสดใสจนสามารถมองเห็นภายใต้แสงสว่างในธรรมชาติ และพวกที่ชอบก้ม หน้าดูมือถือเวลาเดินก็จะไม่ตกท่อ เพราะจอใส :สำหรับต้นแบบที่นำมาโชว์จะมีขนาด 2 และ 3.5 นิ้ว แต่จะมีความละเอียดสูงถึง 200 พิกเซลต่อนิ้ว






ข้อมูลจาก : arip

โฉมจริงของ iPad 2 เปิดให้ชมกันแบบเต็มๆแล้ว บางเฉียบไม่ถึง 1 ซม

ออกมาเห็นหน้าตากันจริงๆสักทีหลังจาก วับๆแวมๆอยู่นานทีเดียวสำหรับเครื่อง Tablet ที่เป็นวาระแห่งชาติ เมื่อ iPad 2 ออกมาโชว์หน้าตากันแบบเต็มๆ แต่เครื่องที่เห็นในภาพไม่ใช่เครื่องตัวจริงที่ทำงานได้ แต่มันก็คือเครื่อง Mockup หรือเครื่องจำลอง ที่มีขนาดและหน้าตาเหมือนกับเครื่องตัวจริงรวมทั้งน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับ เครื่องตัวจริง ซึ่งเค้านำมาโชว์คู่กับอุปกรณ์เสริม โดยเครื่อง iPad 2 จะมีเขียนด้านหลังเครื่องว่า ขนาดความจุที่ 128GB ซึ่งนับว่าเป็นความจุที่มากจนน่าพอใจ ซึ่งอาจจะหมายถึงว่า เครื่อง iPad2 ที่กำลังจะออกในเร็วๆนี้ น่าจะมีกล้องในคุณภาพที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงมีหน่วยความจำที่สูงขึ้นตามเพื่อจัดการกับพื้นที่หน่วยความจำใน เครื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกระแสบ่นมาเป็นระยะกับ iPhone 4 ที่มีกล้องคุณภาพดีถ่าย VDO ได้ในระดับสูงแต่หน่วยความจำกลับน้อยไปหน่อย จากข้อมูลที่เห็นในภาพจึงทำให้เราทราบครับว่า ขนาดเครื่องจริงของ iPad 2 นั้นก็จะมีขนาดความยาวตัวเครื่อง 240.8 มิลลิเมตร กว้าง 185.5 มิลลิเมตร และมีขนาดความบางที่ 9.4 มิลลิเมตรเท่านั้น คือบางกว่า 1 เซนติเมตรนั่นเอง
และ หากดูจากในแผ่นป้ายโฆษณาดีๆจะเห็นครับว่า เจ้าอุปกรณ์เสริมแท่นวางนี้มันรองรับ iPhone 5 ด้วยโดยมีรูปลายเส้นของเครื่อง iPhone 5 เรียงอยู่ด้านล่างของภาพ และมีหน้าตาคล้ายกับ iPhone 4 ซึ่งอาจจะหมายรวมไปถึงว่า VDO ก่อนหน้านี้ที่ได้นำมาให้ชม เกี่ยวกับชิ้นส่วนของ iPhone 5 ที่เป็นส่วนตัวเครื่องก็คงจะไม่ผิด จนทำให้ VDO ชุดดังกล่าวถูกทาง Apple ระงับไปในที่สุด
อย่างไรก็ตามการปรากฎตัวของ iPad2 ในครั้งนี้แม้ว่าจะเป็นตัว Mockup แต่ก็รู้สึกทแม่งๆนิดหน่อยที่ปกติแล้ว Apple ไม่เคยปล่อยให้คนได้เห็นหน้าตาก่อนเครื่องตัวจริงจะออก แต่มาครั้งนี้เห็นแบบเต็มๆกันแบบนี้ก็เลยทำให้รู้สึกแปลกๆ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเครื่องที่เห้นในภาพวันนี้ ผมให้คะแนน 90% ก็แล้วกันเชื่อว่าเครื่อง Mockup นี้คือเครื่อง iPad 2 จริงๆ เพราะไม่ว่าจะตราโลโก้ และการนำมาโชว์ในที่สาธารณะแบบนี้ ถ้าเอาของเลียนแบบมาโชว์มีหวังโดน Apple เล่นเอาอ่วมแน่นอน
ดูรูปร่างยังคล้ายๆรุ่นปัจจุบัน
ตราโลโก Apple อย่างชัดเจน คงไม่ใช่เครื่องจีนปลอมตัวมาแน่นอน
มีกล้องทางมุมซ้ายของเครื่องตามสัญญา
เขียนชัดเจนว่า iPad 2
บางดีจัง วัสดุตัวเครื่องน่าจะแบบเดียวกับรุ่นปัจจุบัน

ด้านหน้าเหมือนๆเดิม
รูลำโพงใหญ่ขึ้น มีตะแกรงตามที่บอกไว้ก่อนหน้า
แผ่นหลังเต็มๆ


มีเขียนว่า iPhone 5 ด้วยบนแผ่นโฆษณา