วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ทำความรู้จักท่า แพลงกิ้ง สุดฮิต

ทำความรู้จักท่า  แพลงกิ้ง สุดฮิต
หลายคนบนโลกออนไลน์คงไม่มีใครรู้จักคำว่า แพลงกิ้ง (planking) แน่นอนหรืออาจจะน้อยมากที่รู้จักกับกิจกรรมนี้ เพราะมันเป็นการทำท่าแผลงแบบเฉพาะกลุ่ม
แต่ที่ทำให้คนทั้งโลกออนไลน์รู้จักกับคำว่า แพลงกิ้ง (planking) ก็สืบเนื่องมาจากข่าวการเสียชีวิตของ นายแอคตัน บีล ชายออสเตรเลีย วัย 20 ปี พยายามทำท่า แพลงกิ้ง (planking) บนราวระเบียงอพาร์ตเมนต์สูงเจ็ดชั้น แล้วร่วงลงมาเสียชีวิต นั้นเอง

 การทำท่า แพลงกิ้ง (planking) ในขณะนี้กำลังเป็นที่บ้าคลั่งของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก และมันกำลังฮิตมากในโลกของอินเตอร์เน็ต  

ซึ่งการทำท่า "แพลงกิง" หรือการโพสท่าเป็นไม้กระดาน ผู้ที่โพสท่านี้จะต้องนอนลงบนพื้นสิ่งของแปลก ๆ คว่ำเอาเฉพาะส่วนท้องแนบกับพื้น และสองแขนแนบลำตัว ที่บางครั้งอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอันตราย และทรงตัวบนนั้นโดยที่มือเหยียดตรงอยู่ข้างลำตัว ไม่สามารถใช้ในการประคองตัวได้ แล้วจึงถ่ายภาพมาอวดกันผ่านทางเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ
 นักโพสท่าไม้กระดานทั้งหลายชาวไทย อยากลองทำท่า แพลงกิ้ง (planking) กับกันดูก็ได้นะ คุณอาจจะเกิดและดังไปทั่วโลก หรือ อาจจะดับตอนนั้นเลยก็ได้ (ที่บอกว่าดับนะชีวิตนะครับ!!)

ขอบคุณที่มาของภาพประกอบ : postjung.com, facebook Planking Australia
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking
  • Planking

10 อันดับประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

วันนี้ทีมงานมีเรื่องเกี่ยวกับประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกมานำเสนอครับ ยังไงลองติดตามอ่านเนื้อหากันได้นะครับ

10. Ethiopia เอธิโอเปีย

เอธิโอเปียอยู่ในอันดับที่ 170 จาก 177 ของดัชนีประเทศยากจน ครึ่งหนึ่งของผลผลิตมวลรวมขึ้นอยู่กับภาคการเกษตร ผลผลิตในภาคการเกษตรที่ต่ำลงเพราะเทคนิคการเพราะปลูกที่ล้าสมัย และขึ้นอยู่กับฟ้าฝนด้วย 50% ของประชากร 74.7 ล้านคนมีความยากจน 80% อาศัยอยู่ด้วยการรับแจกอาหาร ผู้ชายเพียง 47 % และผู้หญิง 31 % ที่สามารถอ่านออกเขียนได้ บางส่วนของเอธิโอเปียมีความเสี่ยงต่อ ตับอักเสบ A, ตับอักเสบ E, ไข้ไทรอยด์, มาลาเรีย, โรคพิษสุนัขบ้า, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และ schistosomiasis รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ



9. Niger ไนเจอร์

ไนเจอร์มีประชากร 12.5 ล้านคนเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ฝนคือสาเหตุสำคัญใประเทศไนเจอร์ที่ทำให้เกิดสภาพการขาดแคลนอาหาร 63% ของประชากรมีความเป็นอยู่จากเงินที่ได้รับต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐต่อวัน ผู้ใหญ่สามารถอ่านออกเขียนได้เพียง 15% ช่วงอายุของประชากรประมาณ 46 ปี ผู้คนส่วนมากเสียชีวิตจาก ตับอักเสบ A, ท้องร่วง, มาลาเรีย, ไข้สมองอักเสบ, และไข้ไทรอยด์รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ


8. Central African Republic สาธารณรัฐอัฟริกากลาง

สาธารณรัฐอัฟริกากลาง อยู่ในลำดับที่ 171 ของประเทศยากจน เกษตรกรรมคือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจที่นี่ ช่วงอายุของประชากรประมาณ 43.46 - 43.62 ปี 13% ของประชากรมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคเอดส์ รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ





7. Guinea-Bissau กีนี บิสเซา


กีนี บิสเซา ประเทศยากจนอันดับที่ 172 การทำไร่และการประมงคือเสาหลักของเศรษฐกิจ รายได้ของประชากรไม่เท่ากันในแต่ละภาคส่วนของประเทศ ประมาณ 10% ของผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่อการเป็น HIV. รายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ



6. Union of the Comoros สหภาพโคโมโรส

สหภาพโคโมโรส ประชากรที่ไม่มีงานทำมีอัตราส่วนที่สูง เป็นผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของสหภาพคอมอรอส และด้วยประชากรที่มีจำนวน 1000 คนต่อ ตร.กม. ในพื้นที่การเกษตร อาจเป็นผลทำให้สภาพแวดล้อมวิกฤติ ภาคการเกษตรส่งผลถึงผลผลิตมวลรวมราว 40% ระดับการศึกษาที่ต่ำก็ส่งผลถึงระบบแรงงานด้วย ความเป็นอยู่ของผู้คนขึ้นอยู่กับเงินช่วยเหลือจากนานาชาติ.รายได้ต่อหัวต่อ ปี 600 เหรียญสหรัฐ


5. Republic of Somalia สาธารณรัฐโซมาเลีย

สาธารณรัฐโซมาเลีย ภาคการเกษตรคือหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจของโซมาเลียที่อยู่ทางใต้ของแอฟริกา ประชากรที่กึ่งเร่ร่อน และเร่ร่อน เป็นกลุ่มผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศ การเลี้ยงปศุสัตว์เป็นอาชีพหลักของพวกเขา อุตสาหกรรมทางการเกษตรให้ผลผลิตมวลรวมเพียง 10% ของทั้งหมด รายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ






4. The Solomon Islands หมู่เกาะโซโลมอน


หมู่เกาะโซโลมอน เป็นประเทศใน เมละนีเซีย (อยู่ตอนเหนือของออสเตรเลียใกล้ฟิจิ...wicsir) เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการประมง กว่า 75% ของแรงงานจะเกี่ยวข้องกับการประมง ไม้คืออุตสาหกรรมหลักมาจนถึงปี 1998 น้ำมันปาล์มกับมะพร้าวคือผลิตผลหลักในการส่งออก หมู่เกาะโซโลมอน มีแร่ธาตุมากมาย เช่น สังกะสี ตะกั่ว ทองคำ และนิเกิ้ลรายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ






3. Republic of Zimbabwe สาธารณรัฐซิมบัพเว


สาธารณรัฐซิมบัพเว ตั้งอยู่ระหว่าง แม่น้ำ Limpopo และ Zabezi ในอัฟริกาใต้ เศรษฐกิจที่หยุดชะงักและเสียหายเนื่องมาจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น รวมไปถึงการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศด้วย ซิมบัพเวได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสาธรณรัฐประชาธิปไตยคองโกด้วย ผลจากการทรุดตัวของเศรษฐกิจนี้ ทำให้อัตราการตกงานของประชากรสูงถึง 80%.รายได้ต่อหัวต่อปี 500 เหรียญสหรัฐ





2. Republic of Liberia สาธารณรัฐไลบีเรีย


สาธารณรัฐไลบีเรีย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของอัฟริกา ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ของประเทศยากจนที่สุดในโลก เพราะการส่งออกพืชผลที่ลดลง, นักลงทุนหนีออกจากประเทศ, การแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่ยุติธรรมจากทรัพยากรเพชรในประเทศ, ขโมย, และการค้ากำไรเกินควรในระหว่างสงครามกลางเมือง ในปี 1990 ทำให้เศรษฐกิจของประเทศทรุดตัว ทำให้มีการกู้เงินจากต่างประเทศมีมากกว่าผลผลิตมวลรวม.รายได้ต่อหัวต่อปี 500 เหรียญสหรัฐ


1. Republic of the Congo สาธารณรัฐคองโก
สาธารณรัฐคองโก ในอัฟริกากลางเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดของโลก เพราะการเสื่อมค่าของเงินแฟรงโซน, อัตราเงินเฟ้อในระดับสูงในปี 1994, ความวุ่นวายในสงครามกลางเมือง, การรบพุ่งอย่างต่อเนื่อง และราคาน้ำมันที่ตกต่ำในปี 1998 ได้ทำลายเศรษฐกิจของประเทศลง.รายได้ต่อหัวต่อปี 300 เหรียญสหรัฐ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : toptenthailand

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

10 สิ่งประดิษฐ์ของโลกยุคปัจจุบัน ที่นำความเจริญให้กับมนุษย์ชาติ

ได้เป็นบันไดให้นักวิทยาศาสตร์ได้ต่อยอดมาถึงเวลานี้ อันนำมาซึ่งความสะดวกสบายให้กับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ถ้าสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ไม่ได้กำเนิดขึ้นมา เราจะไม่ได้รับอานิสงส์ในการดำเนินชีวิตที่สะดวกในเวลานี้เลย


10 ยานวอยเอเจอร์
องค์การที่ ประดิษฐ์ : นาซ่า พ.ศ. 2520 การประดิษฐ์ยานอวกาศเพื่อเก็บข้อมูลระยะไกลนั้น เป็นเวลากว่า 30 ปี ยานอวกาศ "วอยเอเจอร์ 1-2" ? ขององค์การอวกาศสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) ทำหน้าที่เก็บข้อมูลจากปลายสุดของระบบสุริยะจักรวาลส่งตรงกลับมายังฐานนาซ่า บนโลกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลของดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ยูเรนัส และเนปจูนสำเร็จ




9 เด็กหลอดแก้ว
ผู้ประดิษฐ์ : แพทริก สเต็ปโท-โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ พ.ศ.2521 แพทริก สเต็ปโท นักสรีรวิทยา และโรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ นรีแพทย์ ร่วมมือกันคิดค้นวิธีการผสมเทียมโดยนำอสุจิกับไข่ของมนุษย์มาผสมเทียมในหลอด แก้วเพื่อให้ปฏิสนธิมนุษย์นอกครรภ์มารดา การทดลองล้มเหลว 80 ครั้ง ในที่สุดปี 2521 วิธีผสมเทียมของทั้ง 2 คนก็ให้กำเนิดเด็กหลอดแก้วคนแรกของโลก หลังจากหนูน้อย "หลุยส์ บราวน์" ร้องอุแว้ในห้องคลอด ณ เมืองโอลด์แฮม ประเทศอังกฤษ




8 ดาวเทียม
เกิดขึ้นครั้งแรก : สหภาพโซเวียต พ.ศ.2500 ทันทีที่ดาวเทียม "สปุตนิก" ของโซเวียตถูกส่งออกไปนอกโลกเมื่อปี 2500 การแข่งขันด้านอวกาศระหว่าง 2 ชาติยักษ์ใหญ่ สหรัฐอเมริกากับโซเวียต ก็เปิดฉากเป็นทางการและบีบบังคับให้สหรัฐต้องส่ง "นีล อาร์มสตรอง" ไปเหยียบดวงจันทร์ในอีกประมาณ 10 กว่าปีต่อมา ดาวเทียมมีประโยชน์มากมาย ทั้งการสื่อสารไร้พรมแดน การสำรวจทรัพยากรโลกและอื่นๆอีกมากมาย




7 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี)
พลันที่ "ซิลิคอนชิป" ถือกำเนิดขึ้น "เทคโนโลยีสมองกล" ที่เรียกว่า "คอมพิวเตอร์" ก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เมื่อ 40 ปีก่อน คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องมีขนาดพอๆ กับสำนักงาน 1 แห่ง และแล้วปี 2520 พีซีขนาดตั้งโต๊ะเครื่องแรก "แอปเปิล II" ก็เผยโฉมขึ้น ตามด้วยพีซีสมรรถภาพสูง "IBM 5150" ของไอบีเอ็มที่ออกวางตลาดปี 2524 จากนั้นอีก 2 ปีระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ของไมโครซอฟท์จะช่วยให้พีซีระบาดไปทั่วโลกเพราะใช้งานง่ายและสะดวกสบาย




6 โทรศัพท์มือถือ
ผู้ประดิษฐ์ : มาร์ติน คูเปอร์ พ.ศ.2516 พื้นฐานการสร้างเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สาย หรือ มือถือ มีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษ 1940 (พ.ศ.2483) แต่ต้องใช้เวลาต่อมาอีกหลายสิบปี มาร์ติน คูเปอร์ ถึงจะสามารถประดิษฐ์มือถือเครื่องแรกของโลกให้กับบริษัทโมโตโรลา การใช้งานมือถือขยายตัวไปทั่วโลกเพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจีเอส เอ็มที่ ใช้กันแพร่หลายมากกว่า 80 ประเทศ ประกอบกับราคามือถือถูกลงเรื่อยๆ ขณะที่การใช้งานหลากหลายขึ้น ทั้งบริการเอสเอ็มเอส วิดีโอโฟน อี-เมล ถ่ายภาพดิจิตอล ฯลฯ



5 โครงการถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์
โครงการถอดรหัส พันธุกรรมมนุษย์ เป็นความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์หลายร้อยคนในสหรัฐ อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น ซึ่งตั้งใจถอดรหัสการจัดเรียงตัวของ "ดีเอ็นเอ" หรือ หน่วยพันธุกรรม 3 พันล้านตัวอักษร กระทั่งประสบความสำเร็จในเดือนเม.ย. 2546 ช่วยให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์เข้าใจการทำงานของร่างกายคนเราอย่างลึกซึ้ง ที่สุดในประวัติศาสตร์




4 แกะโคลนนิ่งดอลลี่
ผู้คิดค้น : เอียน วิลมุต พ.ศ.2540 ปี 2540 เอียน วิลมุต นักวิจัยสถาบันโรสลิน เอดินบะระ สกอตแลนด์ สร้างแกะโคลนนิ่ง ตัวแรกของโลกพร้อมกับตั้งชื่อให้มันว่า "ดอลลี่" "ดอลลี่" เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวแรกของโลกที่สร้างโดยกระบวนการคัดลอกแบบทาง พันธุกรรม (โคลนนิ่ง) ด้วยการสกัดเอานิวเคลียส ในไข่ของแกะเพศเมียออก และสอดเอาเซลล์ร่างกาย ของแกะที่ต้องการสร้างเข้าไปแทนที่ จุดประกายความหวังในการสร้าง "มนุษย์โคลนนิ่ง" ท่ามกลางเสียงทักท้วงในโลกตะวันตกว่าหน้าที่สร้างสิ่งมีชีวิตเป็นของพระเจ้า ไม่ใช่มนุษย์




3 แผ่นซีดี
ผู้ประดิษฐ์ : คลาสส์ คอมพานน์ พ.ศ.2512 ปี 2512 คลาสส์ คอมพานน์ นักวิทยาศาสตร์ชาวดัตช์ ลูกจ้างบริษัทฟิลิปส์เสนอแนวคิดสร้างแผ่นออพติคัลดิสก์ หรือแผ่นซีดี เพื่อนำมาใช้เก็บข้อมูลเสียงเพลงอย่างคงทนถาวรในรูปแบบไฟล์ดิจิตอลแทนที่การ บันทึกลงแผ่นไวนิล ผู้ผลิตแผ่นซีดีผลิตออกสู่ท้องตลาดจริงๆ ในปี 2525 คือฟิลิปส์กับโซนี่จับมือกันพัฒนาซีดีขึ้นมา จนปัจจุบันได้กลายเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่มีคนนิยมใช้มากที่สุดในโลก




2 บาร์โค้ด
ผู้ประดิษฐ์ : นอร์แมน โจเฟซ วู้ดแลนด์ พ.ศ.2515 นอร์แมน โจเฟซ วู้ดแลนด์ เริ่มคิดค้นบาร์โค้ดมาตั้งแต่สมัยศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา เมื่อมาทำงานที่บริษัท ไอบีเอ็ม จึงเริ่มคิดค้นอย่างจริงจัง วัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบ จำแนกสินค้าอัตโนมัติ และในปี 2515 ก็สามารถนำเอาความก้าวหน้าด้านคอมพิวเตอร์กับแสงเลเซอร์มาพัฒนาบาร์โค้ดจน สำเร็จ




1 เอทีเอ็ม
จุดเริ่มต้น : ธนาคารบาเคลยส์ พ.ศ.2510 ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าใครเป็นคนประดิษฐ์เครื่องทำธุรกรรมการเงินอัตโนมัติ หรือ เอทีเอ็ม เครื่องแรก แต่มีการขอจดสิทธิบัตรสร้างตู้เอทีเอ็มราวๆ 70 ปีก่อนโดยนักประดิษฐ์อเมริกัน ตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกของโลกเปิดให้บริการโดยธนาคารบาเคลย์ส (Barclays) กรุงลอนดอน อังกฤษ ในปี 2510 ถือเป็นก้าวแรกของการทำธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่นำไปสู่การคิดค้น เทคโนโลยีรหัสรักษาความปลอดภัย (PIN) รวมทั้งการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต
หมายเหตุ ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง Toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ Toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชนทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก Toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.Toptenthailand.com จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป
ขอบคุณที่มาของบทความ : Toptenthailand